Hello Stranger

posted on 06 Jul 2014 21:20 by bluezy in PLACE

แปดโมงเช้า…

ฉันตื่นโดยไม่ต้องพึ่งนาฬิกาปลุก แม้ว่าจะยังง่วงงุนอยู่เพราะนอนดึกแต่ฉันก็ลุกขึ้นไปอาบน้ำอยู่ดี

อาบน้ำแล้ว

แต่งตัวแล้ว

แต่งหน้าแล้ว

รูมเมทของฉันเพิ่งตื่น… เราสบตากันผ่านความสลัวของห้องที่ปิดม่านไว้และมีเพียงโคมไฟบนโต๊ะของฉันเท่านั้นที่ให้แสงสว่าง

“กี่โมงแล้ว” เธอถาม

ฉันก้มลงมองเวลาจากโทรศัพท์ก่อนจะตอบ “เก้าโมงครึ่ง”

“ตื่นเช้าจัง แล้วนั่นจะไปไหน”

ฉันส่งยิ้มให้และตอบออกไป “ไม่รู้เหมือนกัน… นั่งรถไปเรื่อยๆ มั้ง”

เธอหัวเราะเล็กน้อย พลิกตัวเข้าข้างฝาและกอดหมอนข้างก่อนที่จะหลับไปอีกครั้งหนึ่ง

ฉันเดินไปเปิดตู้เย็นมองหาขนมและนมกล่องที่ฉันเอามาแช่เย็นไว้เพื่อเป็นอาหารเช้าพลางคิดว่าจะไปไหนดี

และเหมือนเคย… ฉันไม่ได้คำตอบ

 

คุณเคยอยากหนีไปไหนไกลๆ บ้างรึเปล่า

ฉันว่าฉันไม่ได้มีปัญหาอะไรนะ… แต่บางทีฉันก็ชอบที่จะนั่งรถเล่นไปเรื่อยๆ ไม่ต้องพบเจอกับคนที่รู้จักฉัน ปล่อยความคิดจากชีวิตที่แสนจะยุ่งเหยิงเสียบ้าง

ฉันชอบเวลาที่ฉันได้อยู่คนเดียว

ฉันกระโดดลงจากรถเมล์เมื่อรถแล่นมาใกล้กับห้องสมุดแห่งหนึ่งที่ฉันค่อนข้างจะมั่นใจว่ามันห่างไกลเกินกว่าคนที่ฉันรู้จักจะมาที่นี่

… ฉันหวังว่าฉันจะคิดไม่ผิด

 

ฉันหยิบหนังสือเก่าเก็บเล่มหนึ่งขึ้นมา มันเป็นหนังสือเล่มโปรดของฉันตั้งแต่มัธยมแต่ว่าหาซื้อได้ยากเหลือเกิน แม้ว่าฉันจะพยายามไปตามหาที่ร้านหนังสือต่างๆ หรือแม้แต่ร้านหนังสือเก่าในสวนจตุจักรฉันก็ไม่พบมัน

ฉันมองรอบๆ ห้องสมุดให้สบายอีกครั้งว่าจะไม่มีคนที่ฉันรู้จักโผล่พรวดพราดมาแถวนี้

เมื่อแน่ใจแล้วฉันก็ยิ้มกับตัวเองหนึ่งครั้ง ก่อนที่จะพาหนังสือเล่มโปรดไปอยู่ที่มุมในสุดของห้องสมุด

ก่อนที่จะเริ่มต้นอ่านฉันพลิกหนังสือไปยังหน้าสุดท้ายเหมือนที่ชอบทำ บนหน้าสุดท้ายของหนังสือเล่มนี้ยังมีตารางสำหรับยืมหนังสือค้างไว้อยู่ถึงแม้ว่าเดี๋ยวนี้ห้องสมุดจะเปลี่ยนมาใช้คอมพิวเตอร์สำหรับระบบยืมคืนหนังสือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ความจริงนี่เป็นอีกอย่างในเทคโนโลยีที่ก้าวไกลแต่ว่าฉันไม่ค่อยชอบเท่าไหร่นัก แต่ก่อนตอนสมัยอยู่ประถมหรือมัธยมนั้น ฉันชอบแอบดูว่าหนังสือเล่มที่ฉันชอบมีใครอ่านไปแล้วบ้าง

ในหลายครั้งอยู่เหมือนกันที่ฉันได้เห็นลายมือยึกยือของเพื่อนร่วมห้อง หรือว่ารุ่นพี่รุ่นน้องที่รู้จักกันเป็นคนยืมหนังสือเล่มที่ฉันชอบและเราก็ได้คุยกันถึงหนังสือเล่มนั้น

ฉันว่ามันเป็นเรื่องที่ดีที่จะมีใครสักคนที่ชอบอะไรเหมือนๆ กัน

... และได้สนทนาในเรื่องนั้นไปด้วยกัน

 

ในหน้าสุดท้ายของหนังสือที่ฉันกำลังอ่านอยู่มีกำหนดคืนหนังสือเป็นหลายปีมาแล้ว

บางทีฉันก็นึกอยู่เหมือนกันว่าคนที่เคยอ่านเมื่อหลายปีมาแล้ว จะยังชอบและอยากอ่านอีกครั้งหนึ่งเหมือนฉันหรือเปล่า

ฉันก็ได้แต่สงสัยอยู่เพียงลำพัง

 

ฉันอ่านหนังสือด้วยความเพลิดเพลินไปจนถึงกลางเล่ม… แล้วก็ได้พบที่คั่นหนังสือรูปการ์ตูนหวานแหววคั่นอยู่

ฉันเลิกคิ้วเล็กน้อย… หนังสือเล่มนี้ดูตึงเครียดเกินกว่าที่จะถูกคั่นไว้ด้วยที่คั่นหนังสืออันนี้

แต่จะแปลกอะไร คนที่อ่านหนังสือเล่มนี้ก่อนหน้านี้อาจจะเป็นสาวน้อยน่ารักผู้ชอบหนังสือแนวลึกลับสอบสวนก็เป็นไปได้

ฉันหยิบที่คั่นหนังสือไปคั่นไว้ที่ระหว่างปกหน้ากับหน้าแรกของหนังสือแล้วก้มลงอ่านต่อไป

 

กว่าที่ฉันจะอ่านหนังสือเล่มหนานี่จบก็เป็นเวลาบ่ายคล้อยแล้ว ฉันเริ่มรู้สึกหิวและลงความเห็นกับตัวเองว่าควรจะหาอะไรสักอย่างกิน เดินเล่นแถวนี้อีกสักหน่อยและกลับหอพัก

ฉันปิดหนังสือลงและก้มลงมองหน้าปกหนังสืออย่างเสียดายที่ไม่ได้เป็นเจ้าของหนังสือเล่มนี้ ก่อนจะลุกขึ้นเพื่อนำหนังสือไปไว้ยังชั้นวางหนังสือที่อ่านแล้วให้บรรณารักษ์จัดการต่อไป

ยังไม่ทันทีฉันจะได้วางลงไปให้เรียบร้อยก็มีมือหนึ่งมาคว้าหนังสือไปเสียก่อน

“ขอโทษครับ” พอเห็นว่าฉันหันไปทำตาขวางใส่ เขาก็รีบขอโทษขอโพยแล้วปล่อยหนังสือคืนให้ฉัน

“พอดีผมลืมของไว้ในหนังสือเล่มนั้น”

ฉันเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจก่อนที่จะเปิดหน้าแรกแล้วหยิบที่คั่นหนังสือออกมายื่นให้เขา “นี่รึเปล่าคะ”

อาจจะเพราะสายตาเคลือบแคลงของฉันทำให้เขาหัวเราะเจื่อนๆ รับที่คั่นหนังสือลายน่ารักนั้นไปก่อนจะรีบบอกออกมาอย่างต้องการแก้ตัว “ของน้องสาวผมน่ะครับ ของรักของหวงของน้อง ผมโดนด่าซะยกใหญ่เลย”

ฉันหัวเราะโดยไม่พูดอะไร วางหนังสือลงบนชั้นอีกครั้งหนึ่ง

“เล่มนั้นน่ะ สนุกมากเลยนะครับ ผมอ่านตั้งสองรอบแหน่ะ ตอนแรกไม่อยากเอามาคืนเลย” เขาชวนคุย

ฉันพยักหน้า “ฉันชอบมานานแล้วแต่ยังหาซื้อเก็บไม่ได้ ดีแล้วแหละที่คุณเอามาคืน ไม่อย่างนั้นฉันคงอดอ่าน”

เขาหัวเราะ “ผมชอบนักเขียนคนนี้”

ฉันยิ้มและเหลือบมองใบที่ถุงพลาสติกใสในมือของเขา

“ฉันชอบวงที่คุณซื้อซีดีมาเหมือนกัน”

เขาทำตาโตก่อนชูถุงพลาสติกในมือขึ้น “คุณรู้จักด้วยเหรอครับ”

ไม่แปลกที่เขาจะแปลกใจ… ก็วงดนตรีนั้นเป็นวงดนตรีเล็กๆ ที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักเท่าไหร่นัก

“เพื่อนของฉันเล่นคีย์บอร์ดให้วงนี้” ฉันตอบสั้นๆ ก่อนที่จะพูดต่อ “เดี๋ยวน่าจะอีกสองสามสัปดาห์น่าจะได้ไปเล่นที่เทศกาลดนตรี” ฉันเอ่ยชื่อเทศกาลดนตรีที่ไม่ใหญ่มากให้เขาฟัง

เขาพยักหน้า “แล้วคุณจะไปรึเปล่า”

ฉันยิ้ม

“ถ้าอย่างนั้นไว้เจอกันในงาน ขอบคุณที่เก็บที่คั่นหนังสือไว้ให้นะครับ”

ฉันยิ้มอีกครั้งก่อนจะเอ่ยคำลาและเดินจากมา

 

หนังสือ ดนตรี หนังมักจะพาคนที่มีลักษณะคล้ายๆ กันมารู้จักกันอยู่เสมอ

และมิตรภาพก็มักจะงอกเงยจากการเป็นคนแปลกหน้าซึ่งกันและกัน แม้ว่าเราจะมาจากไหนก็ตาม

 

ฉันดีใจที่วันนั้นไปห้องสมุดแห่งนั้น

และหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาอ่าน

ฉันได้พบกับคนที่ชอบอะไรคล้ายกันจนมาเป็นเพื่อนกันเพิ่มอีกหนึ่งคน

ลาก่อนนะคนแปลกหน้า

และสวัสดีเพื่อนใหม่ :)

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot!

สวัสดีคนแปลกหน้า^^big smile

ความชอบที่คล้ายกัน นำพาให้มาเจอกันbig smile
อ่านแล้วชอบง่ะ 
เราก็ได้เจอใครหลายๆคนนะ
จากความชอบคล้ายๆกัน
มันเป็นมิตรภาพที่ไม่ต้องพยายามปรับตัวมากนัก
คุยกันรู้เรื่อง เหมือนมาจากดาวดวงเดียวกัย
big smile Hot! Hot!

#1 By Takoyahoya on 2014-07-13 23:51