หอมชุบแป้งทอด

posted on 30 Nov 2011 06:27 by bluezy in ShortFiction

1

 

แปลกใจ... 

ผมขมวดคิ้วอย่างแปลกใจเมื่อเห็นสาวน้อยเดินหน้าเศร้าผ่านหน้าของผมไปพร้อมกับถุงพลาสติกใสซึ่งในนั้นมีหอมใหญ่อยู่สี่ห้าหัวได้

ปกติสาวน้อยร่วมคอนโดฯ ของผมคนนี้มักจะมีรอยยิ้มสดใส แต่พักหลังมานี้ผมกลับเห็นเธอมีใบหน้าเศร้าหมอง

นั่นคงยังแปลกไม่พอเท่ากับที่ผมเห็นเธอมีใบหน้าเศร้าพร้อมกับถุงหอมใหญ่ในมือทุกครั้ง

… มันมีอะไรสัมพันธ์กันหรือเปล่านะ?

 

‘สวัสดีครับ’ ผมตัดสินใจเอ่ยทักเธอจากด้านหลังระหว่างที่เธอกำลังรอลิฟต์

เธอสะดุ้งเล็กน้อยแล้วหันกลับมายกมือไหว้ผมพร้อมส่งรอยยิ้มน้อยๆ ที่ไม่สดใสเหมือนทุกทีมาให้

ถามว่าสบายดีไหมคงเป็นคำถามที่ไม่ค่อยเข้าท่าไปหน่อย

งั้นคำถามนี้แล้วกัน...

‘พี่ชายเราเป็นยังไงบ้าง?’

พอถามถึงพี่ชายของเธอแล้ว ดูเหมือนว่าเธอจะมีสีหน้าที่ดีขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เล่าถึงพี่ชายไม่ขาดปาก

ผมกับพี่ชายของเธอเป็นเพื่อนเรียนด้วยกันสมัยมหาวิทยาลัยครับ แต่ว่าไม่ได้สนิทกันมาก... พอเรียนจบมันก็กลับไปทำงานที่บ้านเกิด ทิ้งน้องสาวที่ยังเรียนอยู่ที่คอนโดฯ ใกล้มหาวิทยาลัยแห่งนี้เพียงคนเดียว

 

เสียงคุยเงียบหายลงไปเมื่อลิฟต์มาจอดที่ชั้นที่เราอาศัยอยู่

เธอหันมาสวัสดีผมเป็นการลาอีกหนึ่งครั้งแล้วหันหลังกลับไปทางห้องของเธอ และผมก็เรียกชื่อเธอเอาไว้

ได้ผลครับ... เธอสะดุ้งเป็นครั้งที่สอง แถมสะดุ้งแรงกว่าเมื่อกี้อีก

‘จะเอาหอมเยอะขนาดนั้นไปทำอะไร?’ ผมชี้ไปยังถุงพลาสติกของเธอ

‘อ๋อ... เอาไปชุบแป้งทอดน่ะพี่ หนูชอบกิน’

‘พี่ก็ชอบกิน ถ้ากินไม่หมดเอามาแบ่งพี่ก็แล้วกัน’

 

เธอเดินกลับไปที่ห้องเธอด้วยความงุนงง โดยมีผมมองส่งไปจนลับตา

หอมใหญ่ ความเศร้า หอมชุบแป้งทอด น้ำตา 

ใช่! หอมใหญ่กับน้ำตา!

ผมฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้รีบคว้าโทรศัพท์กดหาเบอร์ที่ไม่เคยโทรออกแทบจะทันที

 

 

 

2

 

ฉันคิดว่าตัวเองทำใจได้แล้ว... 

ฉันเขวี้ยงกระเป๋าสะพายของตัวเองลงโซฟาอย่างแรงแล้วทรุดนั่งกอดเข่า

อันที่จริงมันคงไม่ใช่อย่างนั้นหรอก เพราะว่ามันน่าจะเป็น... ฉันคิดว่าฉันหลอกตัวเองว่าทำใจได้แล้วสำเร็จ

... แต่มันก็ไม่สำเร็จ

 

ฉันเพิ่งอกหัก

อกหักจากคนรักที่คบกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมปลายจนถึงเมื่อสามเดือนก่อนเราก็คบกันได้ห้าปีกว่า

ฉันไม่รู้ว่าฉันผิดหรือว่าเขาผิด...

ฉันรู้จักเขาดีพอที่จะบอกว่าเรื่องนอกใจไม่ใช่เรื่องที่เขาจะทำลงไปได้ง่ายดาย... เรื่องมันอาจจะเพราะว่าเราเรียนคนละคณะกันและฉันเองก็เรียนหนักจนไม่มีเวลาให้เขา

ไม่มีเวลาให้... นี่มันข้ออ้างของการเลิกกันที่ไร้ซึ่งความสมเหตุสมผลที่สุดสากลโลกในความคิดของฉันเลยนะคะ

ฉันถอนหายใจแล้วเหลือบมองถุงหอมใหญ่ที่วางอยู่ข้างตัว

ได้เวลาลงมือปอกหอมใหญ่แล้วสิฉัน

 

ฉันเป็นคนบ่อน้ำตาอยู่ลึกมาก... ไม่รู้ว่าทำไมทุกทีที่ฉันมีเรื่องอัดอั้นตันใจจากจะร้องไห้ ฉันถึงไม่เคยร้องไห้ออกมาได้สักครั้งหนึ่ง ฉันจึงต้องเลือกหอมใหญ่มาเป็นตัวช่วยที่แสนดี

ความจริงมันก็ไม่แสนดีเท่าไหร่หรอกค่ะ เพราะหอมใหญ่ก็ไม่ได้ทำให้น้ำตาฉันไหลออกมามากเท่าความรู้สึกอัดอั้นที่ฉันมี

แต่ก็ยังดีกว่าร้องไห้ไม่ออกแล้วกัน

 

เสียงโทรศัพท์ของฉันร้องดังขึ้นมาในขณะที่ฉันปอกหอมใหญ่ไปได้สองหัว

ใครโทรมาเอาป่านนี้นะ?

ความจริงฉันก็อยากให้หมอนั่น... คนรักเก่าของฉันโทรมาพูดอธิบายอะไรสักอย่าง แต่ว่าคงไม่ใช่หรอกค่ะ ถ้าจะทำก็คงโทรมาตั้งแต่สามเดือนที่แล้วแล้ว

ชื่อที่แสดงบนหน้าจอทำให้ฉันประหลาดใจไม่ใช่น้อย

... พี่ชายของฉัน 

 

 

 

3 

 

เสียงเคาะประตูที่ไม่ดังมากนักทำให้ผมแปลกใจอีกครั้งในรอบวัน

และเมื่อมองผ่านช่องตาแมวพบว่าใครเป็นคนมาเคาะก็ยิ่งประหลาดใจกว่าเก่า

... เธอเอาหอมชุบแป้งทอดมาให้ผมจริงด้วยแฮะ

ผมเปิดประตูออกไป และแน่นอนว่าเธอสะดุ้งสุดตัวอย่างตกใจเป็นรอบที่สาม รอบนี้แรงซะจนผมกลัวว่าหอมชุบแป้งทอดในจานใบนั้นจะกระเด็นกระดอนหนีไปก่อนที่ผมจะได้ลงมือกิน

‘เอามาให้ค่ะ’ เธอยื่นจานมาให้ผมพร้อมกับรอยยิ้มที่เหมือนเธอคนเดิมได้กลับมาแล้ว

ตาของเธอดูแดงและบวมช้ำเหมือนคนที่ร้องไห้อย่างหนักมาไม่นาน... และผมไม่คิดว่ามันจะมีที่มาจากเจ้าหอมในจานใบนี้หรอก

‘ขอบคุณนะคะพี่’

‘เฮ้ย! มาขอบคุณพี่ทำไม... พี่ต้องเป็นฝ่ายขอบคุณสิที่เอาของฟรีมาให้กิน’

เธอยิ้มอย่างเขินอาย... ผมพอเข้าใจแล้วว่าเธอขอบคุณผมเรื่องอะไร

 

ผมออกมายืนหน้าห้อง มือหนึ่งถือจานหอมชุบแป้งทอด... ส่วนสายตาก็มองส่งเธอไปจนเข้าห้องเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะรู้สึกว่ามีข้อความส่งเข้ามา

เป็นครั้งแรกที่ผมได้รับข้อความจากพี่ชายของเธอ แม้ว่าจะเป็นเพื่อนกันมานานแล้ว

‘กินหอมทอดให้อร่อย แล้วก็ขอบใจมึงมากนะ’

ผมยิ้ม

 

ผมว่าคนเราอาจจะร้องให้คนเดียวได้