ถ้าพรุ่งนี้โลกแตก

posted on 25 Apr 2011 18:34 by bluezy in EVERYDAY
ถ้าพรุ่งนี้โลกแตกเธอจะทำอะไรบ้าง

ช่วงนี้ฉันต้องเป็นโรคประสาทหลอนแน่นอนเลย ถึงได้ยินคำถามนี้บ่อยมากถึงมากที่สุด ทั้งมีคนมาถามให้เป็นประเด็น เห็นสเตตัสในเฟซบุ๊ค และอีกมากมายก่ายกองให้สยองขวัญเล่น

 

อันที่จริงดูเหมือนว่ามีเวลาหนึ่งวันอาจจะน้อยเกินไป เพราะบางคนจะเริ่มถามให้ลดลงมา

ถ้าเหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงเธอจะทำอะไร

ถ้าเหลือเวลาอีกหนึ่งนาทีเธอจะทำอะไร

 

แหม! ทำไมไม่ถามเลยล่ะถ้าอีกหนึ่งวินาทีเธอจะตายแล้วจะทำอะไร

อ้อ! คงไม่ทันสินะ แค่พูดก็เกินหนึ่งวินาทีไปซะแล้ว

 

ฉันไม่เคยตอบคำถามนี้ได้

อะไรที่อยากจะทำ (ที่ควรจะทำไปตั้งนานแล้ว แต่ยังไม่กล้าจะทำสักที) ฉันคงไม่กล้าทำจนถึงวินาทีสุดท้ายในชีวิตหรอก อันที่จริงฉันก็ไม่ได้คิดว่ามันจะสำคัญพอที่จะทำ กลัวเหมือนกันว่าถ้าทำลงไปจะทำให้ใครบางคนนอนตายตาไม่หลับ ฮา!

 

อันที่จริงจะว่าไปฉันเองก็ไม่คิดว่าตัวเองจะมีชีวิตยืนยาว แม้ว่าฉันจะอายุยังไม่ถึงยี่สิบก็เถอะ

ฉันว่าฉันเริ่มจะชินชาไปกับการที่ควรทำให้ทุกนาทีของชีวิตให้มันมีค่าและไม่ประมาทแล้วแหละ

 

ถ้าจะถามเหตุผลมันคงจะเป็นเพราะตัวฉันเองและคนรอบข้าง

 

แต่ไหนแต่ไรแล้วถึงแม้ว่าฉันจะไม่ใช่เด็กที่มีโรคประจำตัวร้ายแรง แต่ว่าฉันก็ไม่ใช่เด็กที่แข็งแรง การเกิดมาแล้วแพ้น้ำประปาและแป้งเด็กนั้นคงเป็นการยืนยันได้ (ถามว่าแพ้น้ำประปาแล้วทำยังไง? ตอนเด็กพ่อซื้อน้ำโพลาลิตรมาอาบให้ค่ะ ไฮโซมาก ตอนนี้ก็แพ้น้ำประปาเวลาไปไปต่างจังหวัดบ้าง แพ้แป้งบ้าง แพ้ครีมกันแดดบ้าง บ้าบอมาก ฮา)

 

ฉันมีโรคประจำตัวหนึ่งโรคที่เป็นมาตั้งแต่เด็ก นั่นคือ “โรคกระเพาะอาหาร” เป็นเพราะว่ากรรมพันธุ์ด้วยหนึ่งล่ะ (พ่อของฉันเป็นโรคนี้มาตั้งแต่วัยรุ่นเลย) กินอาหารไม่ตรงเวลาเท่าไหร่ กินเผ็ด ฯลฯ บางทีไอ้เจ้าโรคนี่ก็หายไปจากชีวิตฉันเลย บางทีก็กลับมาเล่นงานหนักเอาการ แทบจะลุกขึ้นจากเตียงนอนไม่ได้ นั่งยังไม่ได้เลย!

 

นอกจากนี้ทุกคนใกล้ตัวฉันรู้ดีว่าฉันเป็นหวัดทุกเดือน! จนพี่รหัสฉันยังส่ายหน้าด้วยความไม่เข้าใจว่าจะเป็นบ่อยอะไรขนาดนี้ ฉันก็ตอบไม่ได้ด้วยไม่รู้เหมือนกัน แต่ว่าฉันเนี่ยเป็นน้อยที่สุดในบ้านแล้วนะ!

 

คุณตาคุณยายที่เสียไปตั้งแต่สมัยแม่ยังเป็นแค่วัยรุ่นต่างก็เสียด้วยโรคมะเร็ง เพียงแต่คนละที่เท่านั้น

อากง (คุณปู่) ของฉันเสียไปตั้งแต่ฉันยังเล็ก จำความไม่ได้เสียด้วยซ้ำด้วยโรคมะเร็งเช่นเดียวกัน

ส่วนอาม่าของฉันตอนนี้ก็มีปัญหาโรคกระดูก นอนอยู่ที่โรงพยาบาลมาก็ใกล้จะครึ่งปีแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้อาม่าเป็นคนที่แข็งแรงไม่เคยมีโรคภัยมาโดยตลอด

 

ถ้ามะเร็งถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์และบวกกับอาหารขยะทั้งหลายทั้งแหล่ที่ฉันกินแบบนานๆ ถี่แล้วล่ะก็ฉันว่าฉันไม่รอดจากโรคนี้แน่นอนทีเดียว แหะๆ

 

พ่อของฉันยิ่งแล้วใหญ่ นับโรคได้เป็นสิบ! เวลาพ่อไปหาหมอที่โรงพยาบาลเพื่อชอบถามฉันเหมือนกันว่าพ่อเป็นอะไร ฉันนี่ไม่รู้ว่าจะตอบอะไรเลย ตอนนี้โรคที่หนักๆ อยู่ก็คือโรคเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ (น่าจะจากกรรมพันธุ์ซะด้วย) หมอบอกว่าปกติโรคนี้มีแต่ผู้หญิงเป็น พ่อเองก็เป็นกรณีที่แปลกใช่ย่อย

 

แม่ของฉันเองก็พบก้อนเนื้อ กว่าจะพบได้ก็เล่นเอาใจหายไปกับอาการอยู่เรื่อยเลย ตอนนี้ผ่าตัดและไม่มีอาการแล้ว

 

ที่หนักสุดอาจจะเป็นน้องชายคนเดียวของฉัน ตอนที่ยังเล็กน้องไม่สบายติดต่อกันเป็นเดือนสองเดือน หาโรคไม่เจอเลยในช่วงเวลานั้น ทั้งเจาะเลือด เจาะไขสันหลังก็แล้ว จนทั้งคุณหมอและพ่อแม่หมดหวังไปตามๆ กัน แต่น้องก็ทำให้ฉันเชื่อว่า “ปาฏิหาริย์” มีจริงๆ ได้ เพราะเมื่อน้องไปทำบุญ เปลี่ยนชื่อให้เป็นสิริมงคล (ชื่อเก่าน้องฉันเป็นคนตั้งเองแหละ แหะๆ) น้องก็หายป่วยซะจนคุณหมอเจ้าของไข้งงไปตามๆ กัน

 

เหตุการณ์อีกมากมายที่ฉันเจอมาบอกฉันว่าชีวิตของฉันแขวนอยู่บนเส้นด้าย

 

ฉันไม่รู้เลยว่าวันนี้ฉันยังไปที่คณะ ซ้อมละครเตรียมตัวรับน้อง แล้วพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น

 

หรือสักวันฉันอาจจะต้องไปนอนอยู่โรงพยาบาลทำอะไรไม่ได้เลย

 

เพราะฉะนั้นไม่ต้องรอให้ใครมาบอกว่าโลกจะแตกวันไหน ฉันจะตายวันไหน

 

เพราะฉันจะทำทุกวันให้มีความหมายที่สุดเท่าที่ชีวิตเล็กๆ อย่างฉันจะมีค่าได้

Comment

Comment:

Tweet

ตามอ่านมาหลายเอนทรี่แล้วค่ะ
ชอบมากเลยนะคะ big smile
จะติดตามนะค้า double wink

#4 By mamod (223.207.166.65) on 2012-01-11 18:04

วันไหนไม่รู้เหมือนกัน แต่ตอนนี้ขอนอนก่อนแล้วกัน

cry open-mounthed smile

#2 By Gauygeng on 2011-11-12 14:31

Hot! Hot! Hot!

#1 By Penwings on 2011-04-25 20:16