posted on 04 Dec 2009 19:05 by bluezy
เราโตมาที่กรุงเทพมหานคร
เรียนอยู่ในโรงเรียนที่ห่างจากท้องฟ้าจำลองไม่เกินสิบหานาทีนาทีสำหรับการนั่งรถเมล์ (เมื่อรถไม่ติด) ในตอนอยู่ประถม
อาศัยอยู่ในบ้านที่ห่างจากท้องฟ้าจำลองไม่เกินสิบนาทีสำหรับการนั่งของพ่อ (เมื่อรถไม่ติดเช่นกัน)
แล้วมันจะเป็นไปได้ยังไงที่เราไม่เคยไปท้องฟ้าจำลองจนอายุ 17 แล้วเนี่ย! (บอกใครก็มีแต่คนขำ - -?)
เนื่องจากงานชีวะสั่งทำให้เรากับเพื่อนๆ คิดจะไปท้องฟ้าจำลองขึ้นมา, วันนี้เราเลยนั่งรถไฟฟ้าจากสถานีสยามไปลงที่เอกมัยกัน-เป็นการไปที่แทบจะครบห้อง ม.6 เป็นครั้งแรกเลยแหละ และดีแล้วที่แบ่งไปเป็นสองกลุ่มตอนขึ้นรถไฟฟ้า เพราะแค่ขึ้นไปทีละกลุ่มมันก็เสียงดังจนคนทั้งโบกี้มองแล้วแหละ ซึ่งความจริงมันคือเสียงระดับปกติที่เราใช้คุยกับเพื่อนนั่นแหละ แต่พออยู่เป็นกุ่ลใหญ่ก็เลย... อื้ม!
ไปถึงก็พบว่า หอตรงส่วนที่ดูดาว ปิด (เอาไว้ทำแบบเหมยลี่ก็ได้วะอย่างนั้น เพิ่งมาครั้งแรกมันก็ปิดซะแล้ว!) เลยเข้าไปดูนิทรรศการข้างในกันแทน ความจริงหัวข้อที่เราต้องมาทำคือ วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตค่ะ พอไปศึกษาเรื่องนี้เราก็... ถ่ายรูปกับอดีตบรรพบุรุษกันอย่างสนุกสนาน 5555 (มีแบบครบเซตเลยอะ มีกี่รูปจำลองเราไปถ่ายด้วยหมด)
พอทำงานเสร็จก็มาเล่นไอ้กลมๆ หมุนๆ (เรียกไม่ถูก) เป็นการจำลองสภาพในอวกาศ เราก็คอยส่งเพื่อนไปทีละคน ทีละคน เจาะจงเอาเฉพาะเพื่อนที่เสียงแหลมๆ พอมันหมุนจนหัวคว่ำทีมันก็กรี๊ดที ขำกันไป หัวเราะจนท้องแข็ง 5555 - มีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นมากมาย จนพี่พนักงานคุมเขาขำแบบสุดๆ เพราะเพื่อนเราเล่นกลัวจนกรี๊ดทำให้เพื่อนที่อยู่อีกมุมของตึกวิ่งมาดู ไม่ได้มาดูด้วยความตกใจ มาขำหน้าคนกรี๊ด = =? เพื่อนที่ดีมาก
*จบจากการเล่นอันนี้เราได้ข้อสรุปว่า สิบบาที่จ่ายไป มาเล่นนี่หนึ่งรอบก็คุ้มละ
** แต่เราไม่ได้เล่นด้วยเหตุจำเป็นบางประการ
*** เราตกลงกันไว้กว่า สอบหมอเสร็จเราจะกลับมาเล่นไอ้เครื่องนี้อีกครั้ง แต่จะไปดรีมเวิร์ลด์เพื่อฟังเพื่อนกรี๊ดกันอย่างสะใจต่อไป ฮ่าๆ
ได้ดูแผนที่หาบ้านตัวเองเหมือนในรถไฟฟ้ามหานะเธอด้วย หากว่าหาได้เล่นเอาหัวหมุน วิ้งๆ ไปเลยแหละ กรุงเทพมหานครช่างกว้างใหญ่ไพศาลนัก! ไปดูปลา ซึ่งมีเสียงปลาโลมาร้องด้วยอะ เพื่อนเราบอกนึกว่านั่งดูธิดาวานรอยู่ เสียงใกล้กันมาก 555
สรุปแล้วไปวันนี้ก็สนุกดีนะ ครั้งแรกเลย แต่เสียดายที่ไม่ได้ดูดาวชะมัดเลย เฮ้อ~
posted on 26 Nov 2009 20:39 by bluezy
วันนี้มีพิธีปิดงานกีฬาสี ซึ่งเป็นงานที่เราตั้งใจม้ากมาก เพราะมันเหมือนเป็นปีสุดท้ายที่จะได้มางานกีฬาสีละ (ถึงเป็นศิษย์เก่ากลับมาฟีลคงไม่เหมือนกันอะ!) ถึงแม้ว่าบางคนจะเห็นว่ามันไร้สาระแล้วเอาเวลาไปอ่านหนังสือก็เถอะ- ความคิดมันประหลาด แต่เราขอไม่เอาด้วย!
เราอยู่สีแดง, ดังนั้นวันนี้เราต้องใส่เสื้อสีแดงไป ซึ่งขึ้นไปบนรถไฟฟ้าปุ๊บ เหมือนจะโดนสายตาจับจ้องมาก เพราะมันเล่นแดงคนเดียวทั้งโบกี้! ซึ่งเพื่อนเรามันก็โดนเหมือนกัน ก็ต้องทำใจ เพราะดีกว่าปีที่แล้วที่ทั้งสีเหลืองและแดงต้องเอาเสื้อมาเปลี่ยนที่โรงเรียน เพื่อความปลอดภัยในชีวิต
กลับมาเรื่องเดิม เราว่ากีฬาสีปีนี้เป็นอีกปีที่รู้สึกประทับใจ แล้วก็สนุกมากๆ (ทั้งๆ ที่ไม่เหลือเพื่อนในกลุ่มอยู่ด้วยสักคน อยู่แต่กับเพื่อนในห้อง) ดูพาเหรด ดูโชว์เชียร์- คัทเอาต์ แสตนทุกสีสวยจริงจัง! ยิ่งตอนประกาศผลแสตนนี่กรี๊ดจนแทบไม่เหลือเสียงจะให้กรี๊ด = ='
สาเหตุมันมาจากว่า เราเป็นคนทำเพลต ซึ่งเพลตแทบจะทุกสีเป็นเพลตที่มีรูปมาแล้ว แล้วบ้างก็มีแปะ บางอันก็ปรินท์ แต่ของสีเราด้วยความที่ห้องเราโดนคำครหาเยอะมาก (ไม่ว่าจะเป็นเห็นแก่ตัว ไม่ทำอะไรสักอย่าง ซึ่งคาดว่าเพราะว่าเป็นห้องที่เด็กเก่งอยู่เยอะ คนเลยจับตามอง ทำคนอื่นมันไม่ทำไม่เห็นจะมีใครลือเลยวุ้ย!) เลยทั้งออกแบบและแปะเอง หนึ่งเพลตแปะ 40x40 ทำแล้ววิ้งๆ ตาลาย กลับบ้านมาหนังสือหนังหาไม่ได้อ่านสอบเล้ย มึน! แถมยังทาสีฏครงเหล็กใหม่อีก เลอะเทอะมาก!
พอแสตนออกมาได้ที่หนึ่งเราก็ดีใจ ถึงแม้ว่าไอ้เพลตที่เรานั่งทำกันอย่างเมามันมันจะมีส่วนเล็กน้อยก็ตามแต่ (ตอนทำนี่ห้องเราเหมือนตลาดมาก เดี๋ยวก็ตะโกนหาโค้ดสี -*- เดี๋ยวก็ตบตีแย่งกาวกัน 555) แต่แสตนก็ทำดีจริงๆ ถึงมันจะไม่ปึ้กแต่มันก็อลังการไง ช้อบชอบ
ตอนบูมนี่ร้องบาก้าจนเจ็บคอไปหมดเลยอะ แถมยังแจวต่ออีก ฮามากๆ แถมยังไปตะลอนคอนเสิร์ตอีกด้วย
กลับมาตอนนี้เหนื่อยอยู่เลย แต่สนุกมาก >w< สมกับเป็นกีฬาสีปีสุดท้ายแล้วจริงๆ
JUZ ENJOY THE SHOW
* รักเตรียมอุดม
* รักตึกศิลปะ
* รักห้อง72 , ห้องนี้มันเป็นห้องรวมอะไรไว้ไม่รู้ 555 แต่ดีใจนะที่ได้มาอยู่ มาเป็นเพื่อนกัน :), เราจะฟิตกันต่อไปเพื่อจะได้ไปรั่วกันต่อในปีหน้า (ควรจะดีใจมั้ยอะเนี่ย)
>w<
posted on 09 Nov 2009 19:20 by bluezy
ผลสอบครั้งนี้สอนให้ฉันได้รู้ว่า
ปิดคอมแล้วกลับไปอ่านหนังสือซะ!
เฟลไปไหนอะ เฟลไปไหน?
รู้ตัวได้รึยังว่าการที่เถลไถลมันมีผลยังไง? จะเลือกเอายังไงกับสบายวันนี้แล้สต้องทนทุกข์ที่เห็นเพื่อนติดที่ดีๆ แล้วตัวเองยังย่ำอยู่กับที่เดิม
เจ็บแล้วหัดรู้จักจำบ้างเหอะนะ!
จะเอายังไงกับอนาคตตัวเอง ถ้าไม่เริ่มวันนี้แล้วจะรอวันให้เอนท์ไม่ติดรึยังไง?
posted on 06 Nov 2009 15:11 by bluezy
ตามหลักที่โฆษณาแสน็คแจ๊คได้กล่าวไว้ว่า ผู้ชนะต้องไม่ซ้ำเติมผู้แพ้ (อะไรเทือกๆ นี้แหละ ฉันจำไม่ได้ ความจำมันสั้น!)
แต่แน่นอนว่ามันไม่สามารถใช้ได้เมื่อเราและเพื่อนๆ คุยถึงเรื่องฟุตบอลกัน- เพราะว่าจะเราไม่แค่ซ้ำเติม เราจะเหยีบย่ำพูดให้มันจมดินกันไปข้าง เพื่อศักดิ์ศรีของทีมเรา (กรณีนี้เราไม่ได้เริ่มก่อน ไอ้พวกเพื่อนผู้ชายมันเริ่มก่อนค่ะ 5555) น้ำใจนักกีฬาอะไรมันก็ไม่สนกันแหละ เอาตามหลักง่ายๆ คือว่า... เอาสะใจไว้ก่อน
วันนี้เห็นเพื่อนผู้หญิงหนีบหนังสือพิมพ์กีฬามานั่งอ่านแล้วนึกถึงโฆษณานี้ขึ้นมา แล้วก็นึกได้ว่าเดี๋ยวนี้ผู้ชายดูบอลกันน้อยลง และก็ผู้หญิงดูบอลกันมากขึ้น - อย่างกรณีเราเราก็ดูบ้าง แต่ส่วนมากจะติดตามผลแข่ง ส่วนเจ้าน้องชายตัวแสบมันไม่เห็นจะสนใจเท่าไหร่นัก แต่ประเด็นมันขึ้นกับว่าไอ้พวกผู้หญิง (ปากเสีย 55) นั่นแหละ มันช้อบชอบเหลือเกินที่จะกระแนะกระแหนว่าที่ผู้หญิงชอบดูบอลน่ะ... "อยากดูนักบอลมากกว่า"
เอ่อ... อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะประชดไปเพื่อใคร แล้วที่มันดูบอลกันน่ะมันไม่ได้ดูนักบอลที่วิ่งตามไอ้ลูกกลมๆ อยู่ในสนามนนั่นเรอะ = =? หรือมันจ้องแค่ไอ้ลูกกลมๆ อย่างเดียว และมันจะยิ่งกระแนะกระแหนหนักขึ้นไปอีกเมื่อเราพูดทีมทีมที่เราเชียร์ (มันบอกว่าผู้หญิงกี่คนกี่คนก็เชียร์ทีมนี้- อ่าว! ความผิดตรูเรอะ?) แล้วพาดพิงไปถึงทีมที่เราเชียร์เวลาแข่งบอลยูโรหรือบอลโลก - ซึ่งใครๆ ก็บอกว่าทำไมแกต้องเลือกเชียร์ทีมที่นักเตะหล่อด้วยวะ?
ในขณะที่เพื่อนผู้ชายมันชมว่านักเตะทีมรักของเราหล่อนั้น เรายังไม่ทันได้สนใจเลยว่านักเตะมันหล่อจริงอย่างที่ว่ารึเปล่า เพราะเรื่องหล่อไม่หล่อช่างมันเถอะ เอาทีมให้รอดก็พอแล้ว- เรื่องอย่างนี้ความสามารถสำคัญกว่า
ดังนั้นเราก็เลยไม่ค่อยอยากจะพูดถึงเรื่องบอลในที่สาธารณะ (โดยเฉพาะกับไอ้พวกนี้) เท่าไหร่นักเพราะเสี่ยงต่อการเหยียบย่ำซ้ำเติม (ซึ่งตอนนี้ก็โดนเหยียบย่ำอยู่ค่ะ จะฟอร์มตกไปไหนกันทีมรักของช้าน!) และยังเสียงต่อการเป็นผู้หญิงที่ดูฟุตบอลเพราะนักบอลหล่ออีก = =? ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วเราเชียร์เพราะพ่อเชียร์มาก่อนต่างหากล่ะ โว้ว! ฉะนั้นถ้าไม่มีใครมาระรานทีมรักก่อนเราจะไม่เปิดปากพูดเด็ดขาด 555
เอาเป็นว่าเลิกพูดถึงเรื่องฟุตบอลกันจะดีเป็นที่สุด ไว้ให้ทีมรักเรากลับมาผงาดอีกครั้งแล้วค่อยกลับมาพูดกันอีกที
ปล. จะต้องบอกมั้ยเนี่ยว่าเราเชียร์ทีมอะไร?
ปล.2 ความจริงแล้วเราเคยมีความฝันในช่วงหนึ่งว่าอยากมีแฟนเป็นนักบอล ไม่เอาฟุตบอลลีก บอลโลกแบบนั้นนะ เอาแค่กีฬาสีนี่แหละ อยากไปดูแฟนตัวเองแข่งสักครั้งในชีวิต (แต่จนแล้วจนรอดก็ยังหาไม่ได้ทั้งนักบอลและแฟน ฮ่าๆ จนจะจบม.6 แล้วอ่ะ)
ไปดีกว่า ><