MIDNIGHT

posted on 17 Dec 2015 20:05 by bluezy in ShortFiction directory Fiction

1

 

ฉันเคยจินตนาการไว้นานมาแล้ว… หากเราพบกันอีกครั้งฉันจะพูดอะไรกับเขา แต่เมื่อเราพบกันจริงๆ ฉันจำไม่ได้เลยแม้แต่น้อยว่าในตอนนั้นวาดภาพไว้ว่าอย่างไร จะเอ่ยทักทายหรือจะชวนพูดคุยเรื่องไหนก่อน

“สบายดีนะ” เขาเป็นฝ่ายเอ่ยทักทายก่อน

ฉันพยักหน้าตอบรับด้วยความมึนงง การปรากฏตัวของเขาดูไม่มีที่มาชัดเจนว่าเขามาทำอะไรที่นี่ตรงนี้ นั่นอาจจะเป็นเพราะฉันเองก็ไม่ได้รับรู้เรื่องราวของเขามานานแล้วก็ได้

“ไปนั่งด้วยกันไหม เรานั่งอยู่ตรงนั้น” เขาชี้ไปที่โต๊ะที่อยู่มุมในสุด บนนั้นมีแก้วเซรามิก จานขนมและของวางกระจัดกระจายบ่งบอกว่าเขาคงมาที่นี่ได้สักพักแล้ว

และแม้ว่าจะมีที่นั่งว่างอีกกว่าครึ่งร้านให้ฉันได้จับจอง แต่ฉันก็เลือกเดินตามเขาไปนั่งอีกฝั่งของโต๊ะอยู่ดี

บนโต๊ะไม้นั้นนอกจากจะมีแก้วแล้วยังมีไอพอดคลาสสิกสีดำ ดินสอไม้และสมุดปกสีน้ำเงินเล่มเล็กวางอยู่

ยังใช้ทุกอย่างเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

ฉันลอบมองเขาที่ดูเติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น แว่นสายตากรอบดำก็ยังเป็นทรงคล้ายๆ เดิม รวมไปถึงเสื้อยืดคอกลมสีน้ำเงินซึ่งเป็นสีโปรดของเขาและกางเกงขาสั้นสีดำยังทำให้ฉันหวนนึกถึงเมื่อก่อน

“ไม่เปลี่ยนไปเลยนะ” ฉันพึมพำ

“แต่เธอดูโตขึ้นเยอะเลย” เขายิ้มจนเห็นลักยิ้มบุ๋มที่แก้มข้างซ้าย เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ฉันสบายอยู่เสมอที่ได้เห็น

เราต่างฝ่ายต่างนั่งเงียบไป เขาก้มลงจดอะไรยุกยิกลงสมุดของตัวเอง ส่วนฉันก็แสร้งมองไปรอบๆ ร้านทั้งที่ฉันมาร้านนี้เกือบจะสิบครั้งจนแทบจะจำรายละเอียดทุกอย่างในร้านได้หมดแล้ว

และแล้วก็มีคนเข้ามาช่วยพังความเงียบอันน่าอึดอัดระหว่างเราลงจนได้ กาน้ำชาและแก้วใบเล็กที่ฉันสั่งไว้ถูกนำมาวางบนโต๊ะโดยน้องสาวเจ้าของร้าน เธอส่งยิ้มให้ฉันเล็กน้อยและเดินจากไป

“อะไรน่ะ” เขาชะโงกหน้าเขามามอง

ฉันค่อยๆ รินชาออกมาจากกาใส่แก้วใบเล็ก “ชาข้าว เราชอบของร้านนี้”

เขาพยักหน้าและคว้าแก้วสีขาวของตัวเองขึ้นมาอวด น้ำสีน้ำตาลใสที่อยู่ก้นแก้วทำให้ฉันเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจไม่น้อย

“เอธิโอเปีย เยอกาเชฟ… เดี๋ยวนี้เราดื่มกาแฟเป็นแล้วนะ”

นอกจากดื่มเป็นแล้วเขายังรู้จักชื่ออีกด้วย!

เมื่อก่อนนั้นฉันเป็นคนที่ติดกาแฟและเคยพยายามให้เขาลองชิม เขาปฏิเสธทุกครั้งไปด้วยเหตุผลว่ากาแฟขมเกินกว่าที่เขาจะดื่มไปได้… นี่เป็นสิ่งที่ฉันนึกไม่ถึงเลยว่าจะเกิดขึ้นกับเขาได้

ความเงียบอันน่าอึดอัดก่อตัวขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ฉันหลบตาและเสไปหยิบแก้วชาขึ้นมาจิบแต่แล้วกับรู้สึกแปลกประหลาด

ชาแก้วนี้ไม่มีความร้อนแม้แต่น้อย ไม่มีกลิ่นข้าวอ่อนๆ แบบที่ฉันชอบ คล้ายว่าฉันกำลังกลืนน้ำเปล่าไร้รสลงไป

“ไม่ต้องแปลกใจหรอก” เขาพูดราวกับล่วงรู้ว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่ เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็ได้เห็นเขาส่งยิ้มที่มีลักยิ้มบุ๋มที่แก้มซ้ายขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ฉันกับรู้สึกเหมือนกำลังสนทนากับใครสักคนที่ฉันไม่รู้จัก

“ตอนนี้เธอกำลังฝันอยู่น่ะ…”

 

2

 

ฉันสะดุ้งสุดตัวจนเพื่อนที่ซุกตัวในอยู่ถุงนอนข้างๆ สะดุ้งตื่นตามมาด้วย

“เป็นอะไร ฝันร้ายเหรอ” เธองัวเงียถาม

“เปล่า” ฉันปฏิเสธทั้งที่ยังสับสนมึนงงอยู่กับความฝันเมื่อครู่ก่อนจะนึกอะไรออก “มันไม่ใช่ฝันร้าย ไม่ใช่ฝันดี เราว่ามันเป็นฝันกลางๆ แล้วก็เป็นฝันกลางๆ ที่ประหลาดมาก”

“พูดอะไรของแก ละเมอรึเปล่าเนี่ย” เธอบ่นก่อนจะพลิกตัวไปอีกทาง ทิ้งให้ฉันนั่งลืมตาในความมืดเพียงลำพัง

เพราะยังไม่สามารถข่มตาลงนอนต่อได้ในสภาพแบบนี้ จึงสลัดตัวออกจากการเป็นดักแด้ในถุงนอน คว้าโทรศัพท์มาไว้ในมือและรูซิปก้าวออกไปข้างนอกเต้นท์

หลังจากนั่งอยู่นิ่งๆ บนผืนเสื่อ จ้องมองกองไฟที่มอดดับไปแล้วก็ทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

ฉันคว้าโทรศัพท์ที่วางข้างตัวมากดดูเวลา ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนกับอีกสามสิบสี่นาที ตัวเลขวันที่และเดือนทำให้ฉันเพ่งมองอีกครั้งเมื่อคุ้นว่าเมื่อสามสิบห้านาทีที่แล้วเป็นวันคล้ายวันเกิดของเขา ฉันลืมไปเสียสนิท!

ความจริงจะว่าลืมวันคล้ายวันเกิดของเขาไปเสียสนิทก็คงไม่ใช่ เพราะว่าฉันลืมเขาไปเลยต่างหาก

เป็นเวลาหลายปีแล้วที่เราไม่ได้เกี่ยวข้องกัน ไม่เคยเจอกันอีกไม่ว่าจะเป็นการนัดเจอกันหรือบังเอิญเจอ โลกของฉันไม่มีพื้นที่สำหรับเขาอีกต่อไป

ประหลาดดีเหมือนกันที่เมื่อหลายปีก่อนนั้นฉันคิดว่าจะอยู่ไม่ได้หากไม่มีเขา การหลับฝันถึงเขาเป็นฝันร้ายที่ทำให้ฉันร้องไห้จนน้ำตาชุ่มหมอนแทบจะคืนเว้นคืน แต่ในวันนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว

ปรากฏตัวของเขาในฝันไม่ได้ทำให้ฉันตื่นมานั่งยิ้มหวานเป็นบ้าเป็นหลังเมื่อตอนแรกที่เราอยู่ด้วยกันและมันก็ไม่ได้ทำร้ายฉันอีกต่อไป

มันก็แค่ ‘ฝันกลางๆ’ ก็เท่านั้น

 

3

 

ฉันรู้สึกประหลาดเมื่อเดินเข้ามาในร้าน แม้ว่าจะผ่านมาเกือบเดือนแล้วแต่ฉันยังจำได้ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดในความฝันมันเกิดที่นี่

“วันนี้ทานอะไรดีคะพี่” พนักงานในร้านที่คุ้นเคยเพราะฉันมาบ่อยเอ่ยทักทาย

“ขอช็อกโกแลตเย็นกับเชอร์รี่พายก็แล้วกันจ้ะ” ฉันสั่งโดยเลี่ยงเครื่องดื่มที่สั่งไปวันนั้น หากเมื่อจ่ายเงินเรียบร้อยเตรียมจะไปหาที่นั่งก็เห็นใครบางคนเดินก้าวเข้ามาในร้านก่อน

เขาเบิกตาโต ก้าวเท้ายาวๆ มาหยุดตรงหน้าฉัน ยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มข้างแก้มซ้าย

“สบายดีนะ” เขาเอ่ยทักก่อน

… ทำไมเหตุการณ์มันถึงคุ้นขนาดนี้ก็ไม่รู้

“เดี๋ยวเราสั่งกาแฟให้” ฉันเอ่ยปากเมื่อเขามองเมนูเครื่องดื่มเหนือเคาท์เตอร์

เขาหันมามองด้วยความประหลาดใจ “รู้ได้ยังไงว่าเดี๋ยวนี้เรากินกาแฟแล้ว”

นั่นไง! ฉันยิ้มเจื่อนๆ ให้กับเขาและแอบหยิกตัวเองเบาๆ หนึ่งทีเพื่อเป็นการยืนยันว่านี่ไม่ใช่การฝันประหลาดเป็นครั้งที่สอง

“เอธิโอเปีย เยอกาเชฟเป็นไง” ฉันถาม

“เราชอบ” เขาตอบกลับมา สายตามีแต่ความสงสัย

เป็นฉันต่างหากที่ควรจะสงสัย… ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป!

ดิ่ง

posted on 11 Sep 2014 20:01 by bluezy in ShortFiction

ฉันกำลังยืนอยู่ที่ขอบสระ

คุณกำลังดำดิ่งลงไป

ลึกลงไปเรื่อยๆ

เรื่อยๆ

หนึ่งอึดใจ

สองอึดใจ

สามอึดใจ

 

ฉันรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง

ฉันพยายามเรียกชื่อคุณอีกหลายต่อหลายครั้งเพื่อเรียกสติกลับมา

ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผลอะไรทั้งนั้น… คุณยังคงดำดิ่งลงไปเรื่อยๆ ไม่แม้แต่จะตะเกียกตะกายขึ้นมาให้พ้นจากผิวน้ำเสียด้วยซ้ำ

ฉันไม่รู้ว่าสระแห่งนี้ลึกแค่ไหน… ความลึกของมันเกินกว่าที่ฉันจะคาดเดาได้

คุณกำลังทำให้ฉันอกสั่นขวัญแขวน

ฉันกลัวว่าถ้าปล่อยไปนานกว่านี้คุณจะไม่โผล่ขึ้นมาอีก

แต่ฉันไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้ดีไปกว่านี้

… ฉันว่ายน้ำไม่เป็น

ฉันจะได้แต่ตะโกนเรียกชื่อคุณ

อีกครั้ง

และอีกครั้ง

 

 

เขาเป็นคนผลักคุณลงไปและจากไปอย่างไม่ไยดี

ขณะที่คุณอยู่ปริ่มน้ำ คาบอยู่ระหว่างการจมกับไม่จมนั้นเองฉันที่ยืนอยู่บนฝั่งพยายามจะปลอบประโลมให้คุณลุกขึ้นฮึดเพื่อที่จะกลับขึ้นมายืนคุยกันอีกครั้งหนึ่ง

แต่ถ้อยคำปลอบประโลมของฉันไม่ได้ผล

คำขู่ของฉันไม่ได้ผล

… ไม่มีอะไรได้ผลสักนิดเลย ตราบเท่าที่คุณยังไม่ตั้งสติ

คุณกำลังปล่อยให้ความคิดบ้าระห่ำอยู่เหนือคุณ

ถ้าให้ฉันเดาคุณกำลังเสียใจที่เขาทำร้ายคุณแบบนี้ เขาไม่แม้แต่จะเอื้อมมือลงมาช่วยคุณด้วยซ้ำ

คุณกำลังรู้สึกไร้ค่า ไม่มีค่าเขาเลยเหมือนสูญเสียความเป็นตัวเอง

และคุณก็ดำดิ่งลึกลงไปอีก

ลึกจนฉันกังวล

ฉันพยายามจะตะโกนบอกคุณ

ว่าคุณไม่ได้ไร้ค่า

มีคนอยู่ตรงฝั่งนี่ยังไงล่ะ… ที่เห็นค่าและรอการกลับมาของคุณอยู่

 

 

หลายคนที่เห็นฉันกำลังตะโกนเรียกคุณอยู่หยุดดู

บางคนก็เดินผ่านไป บางคนก็หยุดอยู่เคียงข้างฉันเพื่อช่วยเรียกชื่อคุณ

พวกเราต่างหวังว่าเสียงเรียกของพวกเราจะดังพอที่จะเรียกสติคุณให้กลับขึ้นมา

คุณจะลุกสู้อีกหนึ่งครั้ง

พวกเราจะได้ยิ้มให้คุณอีกครั้ง

 

ถึงตอนนี้แม้จะเสียงแหบเสียงแห้งแล้ว

แต่ฉันก็ยังมีความหวังว่าคุ